sickrlin's profileLeElaDeE-StOrY-KuBPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 12

    ความเห็นแก่ตัว

    เพราะอะไร? เมื่อพูดถึงความเห็นแก่ตัว คนจะมองในมุมลบเสมอ
     
    ตอบได้ว่าเพราะ อคติ และมองเพียงมุมเดียว
     
    คำกล่าวทั่วไปของคนคือ เหรียญมีสองด้าน คำนี้คนคิดคงต้องการให้คนกล่าวมองในมุมที่หลากหลายของสิ่งต่างๆ
     
    และคนส่วนใหญ่รู้จักคำว่าเหรียญสองด้านและมักจะเห็นด้วย แต่ไม่ค่อยทำจะมองส่งต่างๆในมุมกลับหรือหลายมุม
     
    เรื่องความเห็นแก่ตัวก็เช่นกัน
     
    เมื่อมีคำกล่าวว่า คุณคือคนที่เห็นแก่ตนเอง คนมักจะมีทัศนะคติในเชิงลบ และอยากปลีกตัวออกห่างเพื่อให้พ้นภัย
     
     
    เพราะมีความคิดว่าอาจจะถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนโกงนั้นได้
     
    แต่ความจริงแล้วความเห็นแก่ตัวนั้นก็มองได้หลายมุม ไม่ใช่ทางลบทางเดี่ยว
     
    ความเห็นแก่ตน หากเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนอื่น และหรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีแล้วไซร้
     
    ความเห็นแก่ตนนี้ก็น่าจะมองได้ในมุมที่ป็นบวกได้  
     
    เช่น การที่เราปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม นี่ก็คือความเห็นแก่ตัวที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและคนอื่น
     
    เราเห็นแก่ตัวในลักษณะที่ว่าเราไม่ต้องการให้สังคมไม่ยอมรับในการกระทำต่างๆคือเราเองยังอยากจะอยู่ในสังคมต่อไป
     
    และใจของเราก็มีความพอใจที่จะทำ
     
    เราต้องการตอบสนองต่อบรรลุความพอใจที่ต้องการนั้น เราจึงปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม ในขณะที่คนอื่นๆในสังคมก็ได้
     
    ประโยชน์จากการกระทำของเรา คือเขาก็ไม่ต้องลำบาก เขาเองก็มีความสบายกาย สบายใจ สังคมโดยรวมสงบ
     
    นี้คือตัวอย่างประโยชน์หรือด้านบวกของความเห็นแก่ตน
     
    ส่วนด้านลบนั้น ก็คือ ความเห็นแก่ตัวแล้วทำให้คนอื่นเสียประโยชน์และขัดต่อศีลธรรมและระเบียบของสังคมนั้นๆ
     
    เช่นการที่มีบางคนเห็นแก่ความสุขของหมู่คณะ แล้ว ใช้ช่องทางทางกฎหมาย หากินกับภาษีและเงินของรัฐ หรือใส่ความคนอื่นว่าเป็นคนผิด
     
    เช่นการก่อสร้างทางรถไฟ สายหนึ่ง งบประมาณจริงๆคือ ห้าสิบล้านบาท แต่กลับใช้งบประมาณถึง หนึ่งงร้อยห้าสิบล้านบาท
     
    เงินหนึ่งร้อยล้านบาทแบ่งกับพรรคพวกตน ห้าสิบล้านเป็นเงินที่ผู้ดำเนินและสร้างทางรถไฟ ได้รับไปจริงๆ
     
    ประชาชนทั้งประเทศเสียเงินที่จะทำประโยชน์ให้ตนไปถึง หนึ่งร้อยล้านบาท
     
    นี่คือความเห็นแก่ตนในด้านลบ
     
    ดังนั้นอย่าพึงตัดสินใจสิ่งต่างๆจากคำที่ตนได้ยินและคิดว่าคำนั้นจะมีความหมายในทางลบ
     
    จงมองอย่างน้อย 2 มุมก่อนตัดสินใจเสมอ
     
    เพราะบางครั้งนักบอลกองหน้าที่เก่งมักจะรู้จังหวะที่จะสับขาหลอกและยิงประตู
     
    แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการยิงประตูของฝ่ายตนเอง
     
    หากแต่ต้องการให้ฝ่ายตนเองได้ประโยชน์จากการยิงประตูต่างหาก
     
    เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆ
     
    March 15

    ข้อสอบ 7 วิชาครับ

    หัวใจของทุนนิยมคืออะไร แล้วมันดียังไงถึงได้รับความแพร่หลายจากรัฐต่างๆที่นำไปใช้
     
    ตอบแนว-หัวใจคือความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนและแรงงานที่อาศัยวงจรการผลิตแบบทุนนิยมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของโลกให้กลายเป็ฯระบบและรูปแบบเดียวกันโดยมีความเห็นแก่ตัวเป็นแรงขับดัน 
     
    สังเกตุความสัมพันธ์ได้จากวงจรการผลิตแบบทุนนิยม
     
    ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีโรงงานอยู่ในประเทศตนและไม่ใช่ความอยากหรือเห็นแก่ตัวเพาะว่าโรงงานมีมาตั้งแต่งยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมแต่ตอนนั้นทุนนิยมก็ไม่เกิด ความต้องการความอยากและความเห็นแก่ตัวมีมาตั้งแต่ยุคหินแต่ทุนนิยมก็ยังไม่เกิดในตอนนั้น
     
    ความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนและแรงงานเป็นความสัมพันธ์ที่นายทุนต้องพึ่งแรงงานให้ดำเนินงานส่วนแรงงานต้องพึ่งนายทุนเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายในระบบ ดังนั้นทุนนิยมจึงเกิดในที่ใดๆก็ได้เกษตรกรรม ธนาคารพาณิชย์ ก็เป็นทุนนิยมได้
     
    ทั้งนี้ต้องอาศัยโครงสร้าง mass ด้านต่างๆซึ่งทุกที่ ที่ทุนนิยมเคลื่อนไปจะสร้างมันขึ้นมารองรับ mass production mass consumption mass communication mass transpotation mass education mass political
     
    นายทุนเคลื่อนทุนไปยังที่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และสร้าง mass ด้านต่างๆขึ้นทำให้ทุกที่ ที่ทุนเคลื่อนไป มีรูปแบบของ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ความคิด วิถีการดำเนินชีวิตของคน ที่มีความเหมือนกันในรูปแบบเดียวกัน และในระบบเดียวกันคือทุนนิยม
     
    ทุนนิยมทำให้โลกพัวพันกันไปทั้งโลกเพราะการผลิตและบริโภคสิ่งหนึ่งๆมันเป็นความสัมพันธ์อย่างไม่มีสิ้นสุดของการผลิตและการบริโภคในขั้นตอนต่างๆ วัตถุดิบต่างๆ และผู้ผลิตก็เป็นผู้บริโภคในขณะเดียวกันดังนั้นแล้วทุนจึงเคลื่อนไหลไปอย่างหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ในโลกของทุนนิยม
     
    เป้าหมายในชีวิตของคนทุกคนก็คือความสุข ทุนนิยมจะสอนเราว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการได้บริโภคหรือเสพสิ่งที่เห็น จับต้องและสัมพัสได้ ยิ่งบริโภคมากยิ่งมีความสุขมาก
     
    ทุนนิยมเป็นระบบที่เหมือนไม่ได้บังคับ แต่ความจริงแล้วมันจะสร้างกลไกของระบบขึ้นมาให้เราต้องบังคับตัวเราเองให้ทำงาน เช่นการกระตุ้นให้เราอยากบริโภคผ่านสื่อ เมื่ออยากบริโภคก็จ้องทำงานหาเงิน
     
    เพราะคนในระบบมีความเชื่อเสียแล้วว่าความสุขเกิดจากการบริโภค ดังนั้นทุกคนในระบบจึงสมัครใจที่จะผลิตและบริโภค และความสมัครใจนี่เองที่ทำให้ระบบนี้อยู่มายังยืนยง
     
    ทุนนิยมเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้คนสามารถใช้ธรรมชาติของคนคือความเห็นแก่ตัวได้อย่างเต็มที่ โดยมีการเมืองการปกครองแบบทุนนิยมรับรองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่คุณหามาได้ การเมืองการปกครองแบบทุนนิยมนี้คือแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย คุณมีเสรีที่จะบริโภค ทำงาน ลงทุนโดยเหมือนไม่มีใครบังคับคุณ ทว่าผลสุดท้ายของความเห็นแก่ตัวนั้นประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่ที่คุณคนเดียวแต่กลับตกอยู่ที่มวลชน ยิ่งคุณใช้ความเห็ฯแก่ตัวมากเท่าไหร่หรือคุณอยากจะมีความสุขมากเท่าไหร่ มวลชนก็ได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น เช่นในกรผลิตและขายคุณก็ต้องเสียภาษี ในการบริโภคคุณก็ต้องเสียภาษี ในตอนคุณตายความมั่งคั่งของคุณที่เป็นผลจากความเห็นแก่ตัวจะให้กับทายาทคุณก็ต้องเสียภาษี ทั้งนี้รัฐได้ภาษีจากคุณและนำมาทำประโยชน์ให้กับสาธารณะนี่คือทางตรง ส่วนทางอ้อมคือความเจริญทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมของประเทศ เป็นต้น รัฐได้ประโยชน์จากความสมัครใจและความเห็นแก่ตัวของคุณ
     
    ทุนนิยมเป็นผลมาจากพลวัตรของความคิดมนุษย์นับเริ่มตั้งแต่ เรอเนสซ้องจนมาถึงปัจจุบัน
     
    การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัยใหม่ก็คือการเปลี่ยนแปลงมาสู่การเมืองที่รองรับระบบทุนนิยม
     
    โลกสมัยใหม่ก็คือโลกของทุนนิยม
     
    แนวโน้วนโยบายงานคลังในปัจจุบัน หนี้สาธาณะเป็ฯการผลักภาระให้กับคนรุ่นต่อไปหรือไม่
     
    ในตอนนี้เกิดภาวะเงินฝืดในสภานการณ์เงินเฟ้อ
     
    ปัจจับภายในคือเงินฝืด ปัจจัยภายนอกคือเงินเฟ้อ
     
    รัฐแก้ภายในได้ กำหนดภายนอกไม่ได้
     
    รัฐจึงต้องเพิ่มอุปสงค์รวมของระบบเศรษฐกิจ
     
    รัฐจึงกระตุ้นให้เอกชนบริโภคไปพร้อมๆกับการลงทุนของรัฐ
     
    ทั้งนี้รัฐก่อหนี้สาธารณะพร้อมกับการลดหย่อยภาษีต่างๆเป็นทางเลือกที่ดีในตอนนี้
     
    UK โครงสร้างอำนาจที่เปลี่ยนแปลง
     
    mis  ระบบในมหาวิทยาลัยและในคณะ
     
    conflict management ตามที่ อ.สอน
     
    china ตามหนังสือ
     
    planning วางวิสัย์ทัศน์ พันธกิจ SWOT กลยุทธ์ของโครงการรัฐศษสตร์ภาคพิเศษ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    December 25

    รู้จัก(จาก)เพื่อน

    วันเวลาล่วงเลยผ่านมา สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้สอนอะไรเรามากมาย
     
    คนเรามักจะยิ้มให้กันและผูกมิตรกันในตอนต้นและแม้ว่าคุณจะผูกมิตรด้วยความจริงใจไว้กับคนมากมาย
     
    แต่จะมีกี่คนกันที่คุณคิดว่านี่แหละเพื่อนคุณจริงๆ นั่นคือในต้นของเรื่อง
     
    เมื่อเวลาผ่านไปเพื่อนจะสอนให้คุณรู้ว่าที่คุณคิดว่าใช่นั้นมันไม่ใช่ความจริงหรอกครับ
     
    จะมีเพียงแค่ไม่กี่คนนั่นแหละที่เข้าใจคุณว่าคุณเป็นยังไง
     
    สำหรับเรื่องนี้ก็โทษใครไม่ได้ทั้งนั้น ต้องโทษที่ตัวคุณและอีกฝ่าย
     
    ความสัมพันธ์มันไม่มีถูกหรือผิด เมื่อคุณคิดว่าเค้าไม่ดีคุณก็หันหลังให้เค้า เค้าเองก็หันหลังให้คุณด้วย
     
    มันก็ธรรมดาแหละ ทั้งสองฝ่ายมักมองในสิ่งที่ไม่ดีของอีกฝ่ายโดยไม่คิดถึงความสัมพันธ์กัน
     
    ตั้งแง่ว่ารับไม่ได้กัน เพื่อนคือคนที่ควรจะเข้าใจคุณไม่ใช่เหรอครับ 
     
    เพื่อนคนที่คุณคิดว่าคือคนที่อยู่ข้างๆและเข้าใจในสิ่งที่ตัวคุณเป็นจริงๆนั้นมักจะมีไม่มากหรอกครับ
     
    เวลาที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ในสิ่งนี้ ระหว่างเพื่อนที่เข้าใจกับเพื่อนแบบอื่นๆ
     
    ขอบคุณครับ
     
    สำหรับบางกรณี อำนาจ การทำงาน และหน้าตา เป็นสิ่งที่ทำให้มิตรภาพที่เคยเล่นหัวกันได้กลายความบาดหมาง
     
    โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้อีกเช่นกัน
     
    นั่นคือสิ่งที่สอนให้ผมรู้ และบางครั้งการปิดทองหลังพระก็สำคัญจริงๆ
     
    ขอบคุณครับ
     
    ไม่มีทางกลับไปเป็นความตอนที่แล้วได้อีก
    November 13

    รู้มั้ยว่า+ขอบคุณ

    รู้มั๊ยว่ามันดียังไง และรู้มั๊ยว่าสุขใจเพียงใด

    รู้มั๊ยว่าชีวิตเก่าๆ ของฉันนั้นเปลี่ยนไปเท่าไร

    รู้มั๊ยว่าก่อนจะเจอเธอ รู้มั๊ยฉันเคยเป็นยังไง

    รู้มั๊ยการที่ได้เจอเธอ นั้นช่างยิ่งใหญ่ซักเท่าไร

    เธอ เธอทั้งนั้น ที่ทำ

    ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ ตั้งแต่ได้เจอเธอ

    โลกที่เคยมองดูซึมเซา โลกที่มีแต่ความว่างเปล่า

    ฟ้าทึมๆและวันเศร้าๆ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ได้

    เธอ เธอทั้งนั้น ที่ทำ

    ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ ตั้งแต่ได้เจอเธอ

    โอ้วขอบคุณสรวงสวรรค์ ให้เราได้เจอกัน

    ขอบคุณคนคนนั้นที่ทำให้ฉันได้พบเธอ

    ขอบคุณทุกเรื่องราว ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ

    ... เธอสุดที่รัก ...
    October 11

    เวลาที่เหนื่อยอย่างยาวนาน

    สองอาทิตย์กว่าๆ เกือบ 3 อาทิตย์ เป็นช่วงเวลาแห่งการสอบ
     
    7 วิชา ที่แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะว่าการสอบครั้งนี้ไม่มีการเตรียมตัวอ่านหนังสือมาก่อนเลย
     
    การอ่านเป็นแบบว่า แทบจะอ่านวันต่อวันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าอ่านทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่จะมาสอบวันต่อไป
     
    นอนไม่เพียงพอกันทีเดียว เพื่อนๆแทบทุกคนก็แปลงสภาพกลายเป็นหมีแพนด้า ขอบตาดำ
     
    บางคนก็กลายเป็นหมูแพนด้า 555+ รวมทั้งตัวเราเองด้วยน้ำหนักก็เพิ่มขึ้น อ้วนขึ้นเลย
     
    555+ 
     
    อยากขอบคุณเพื่อนๆ มากมายเลย ที่ช่วยๆกันจนผ่านมาได้ทุกคน
     
    กอฟ กูขอโทษนะสำหรับวิชาบริหารแรงงาน แต่ขอบใจมึงมากที่ช่วยกันอ่านช่วยกันติว กูรักมึงว่ะ55+
     
    ไอลิง ขอบใจมึงมากมายด้วยเหมือนกันนะ ห่า อย่าเครียดนักดิว่ะ เก็บไปฝันอะไรมากมาย 555+
     
    ขอบใจนะจ๊ะปอย...จบแล้วนะ 7 ตัวนี้
     
    ขอบคุณหมอบีสำหรับ แลคเชอร์วิชา OB นะครับ
     
    ขอบใจมึงด้วยไอต้น คอบถามกูตลอดเลยว่ามึงไหวมั้ย อย่าเครียดๆ ขอบใจมึงจริงๆเพื่อน
     
    และที่สำคัญ...ขอบคุณมากมายสำหรับกำลังใจ ความห่วงใย และการดูแล นะค่ะ...จบ 2 อาทิตย์ตามที่คุยกันไว้แล้วนะจ๊ะ
     
    จบแล้วสำหรับการอ่านหนังสือและเวลาที่แสนหนักหน่วง
     
    ขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านมาช่วยทำให้มีประสบการณ์และความแกร่งมากขึ้น
     
    ขอบใจมากมาย
     
    ขอบคุณอาจารย์ทุกๆท่านสำหรับวิชาความรู้ครับ ขอบคุณครับ
     
    20 วันนี้พักผ่อนครับ พักผ่อน 555+
     
     
     
     
     
        
    September 20

    minute of ...

     
    วันที่จับมือกัน เธอกับฉันนั้นลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
    จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน 
    แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่
     
    แต่ความรู้สึกของฉันวันนั้น เท่านั้น (มันได้ตอบคำถาม) 
              บอกกับฉันว่าเธอคนนี้ (อยู่กับฉันบนโลกใบนี้)
         และนับตั้งแต่นาทีตรงนั้นที่ฉันถึงรู้ว่ารักเธอ
     

    * ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้น ทุกวินาทีของฉัน 
          บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่ 
           เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้

    ** ก็อยากให้รู้แม้จะอยู่ห่างไกลถึงแม้จะอยู่ตรงไหน 
           ถ้าโลกนี้นั้นมีแค่ใครสักคนหนึ่ง 
     ให้คิดถึงกันทุกวัน จะทำให้หมดคำถาม ตลอดไป
     
    อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างๆกัน บนโลกใบนี้
    อยู่ด้วยกัน จะอยู่ข้างๆกัน
     
    ตลอดไป... ตลอดไป...
    และจะอยู่ข้างๆ กัน ตลอดไป
     
    September 12

    ผูกพันธ์

    ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ได้สร้างได้ง่ายๆภายในเวลาสั้นๆ
     
    ความไว้ใจ ความเชื่อถือและจริงใจ ง่ายเหรอที่จะให้หรือได้รับจากใคร
     
    ได้รับมาแล้วก็เก็บมันไว้อย่างดี ไม่อยากให้สูญเสียไป
     
    แต่บางครั้งมุมมองแตกต่างกัน เรามองข้ามบางสิ่งไป
     
    หรือว่าเกิดความคิดมากเกินไปในเรื่องหรือสถานการณ์ต่างๆ
     
    ทำให้ความจริงใจ ความเชื่อถือและความไว้ใจที่เคยได้รับ ไม่ได้รับอีก
     
    เสียใจที่ไม่ได้รับสิ่งอันมีค่านี้ เสียใจมากที่ถูกมองว่าเป็นคนที่หลอกใช้
     
    จากมุมมองของคนที่ไว้ใจ
     
    แต่ก็เข้าใจกันดีแล้วนี่นา ขอบใจสำหรับการพูดคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
     
    ทำให้ทุกอย่างดูกระจ่างมากขึ้น เข้าใจว่าตะปูที่ตอกลงบนแผ่นไม้ แม้ว่าจะดึงตะปูออกได้
     
    แต่ร่องลอยของตะปูก็จะยังคงปรากฎอยู่ไม่ได้หายไป เหมือนแผลที่รักษาหาย
     
    แต่ก็ยังมีแผลเป็นปรากฎ ให้รู้และเตือนใจว่า อย่าทำอะไรอย่านั้นอีก ระมัดระวังให้ดีกว่านี้
     
    จะได้ไม่เกิดแผลอย่านี้อีก....จะได้ไม่เจ็บอีกไง... 
     
    เราพยายามระวังแต่บางครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากเราคนเดียว
     
    ขึ้นชื่อว่าความขัดแย้ง ย่อมมีอยู่เป็นปรติของคน เพราะว่าคนแปลว่ายุ่งวุ่นวาย
     
    ธรรมดาต้องเป็นเช่นนั้น อยู่ที่ว่า ถ้ามีกองไฟแล้วเราเอาน้ำมันไปดับ มันก็ไม่มีประโยชน์
     
    เอาฟืนไปดับไฟก็ทำให้ไฟยิ่งลุกและมีกำลังแรงขึ้น
     
    ดังนั้นถ้าเกิดความร้อนขึ้น อีกฝ่ายก็ต้องเย็นๆไว้ ความสัมพันธ์ถึงจะยืนยาว
     
    แต่ถ้าไม่อยากและรู้สึกลำบากใจที่จะรักษาสัมพันธ์กันต่อไป
     
    ก็คงร้อนและร้อนใส่กัน เผาความสัมพันธ์ที่มีต่อกันให้ไหม้หมดไปทีละน้อย ทีละน้อย
     
    ที่สุดก็คงไม่เหลือความสัมพันธ์อะไรกันอีก น่าเสียดายมากและก็คงจะต้องเสียใจจริงๆถ้าจะเป็นแบบนั้น
     
    ถ้าร้อนมา แล้วเราเย็นกลับไป หรือถ้าร้อนไปแล้วเย็นกลับมา มันก็คงจะดีมาก
     
    สำหรับความผูกพันธ์ที่จะยังคงยั่งยืนและเพิ่มขึ้นต่อไป
     
    คนก็คือคน หลีกหนีความยุ่งยากและความวุ่นวายยังไงก็หนีไม่พ้น อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวอย่างไร
     
    ให้เข้ากับความวุ่นวายนี้ โดยใจไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนมากนัก อยากขอให้ช่วยพิจารณากันดู
     
     
    ...........................................................................................................................................................................................................
     
     
     
      
    September 03

    รู้สึกหรือเปล่า

    รู้สึกเหมือนพึ่งตื่นเช้าเลย รู้สึกเหมือนพึ่งอาบน้ำเลย

    รู้สึกเหมือนโลกที่คุ้นเคย ในวันนี้ดูสวยกว่าเมื่อวาน

    รู้สึกว่าอยากจะยิ้มจัง เพราะทุกอย่างล้วนดั่งที่ต้องการ

    มองไปที่ไหนดูสวยงาม และอ่อนหวาน ขึ้นทุกที

    ลำพังตัวคนเดียวก็คงไม่ได้รู้จัก อะไรที่ดีขนาดนี้

    เพราะเธอทำให้ฉันนั้นได้เข้าใจ อะไรแปลว่าความโชคดี

    เมื่อได้พบเธอ เมื่อได้พบเธอ เมื่อฉันได้พบเธอ คนนี้

    มันสุขจนอยากจะร้องเพลง และสุขจนอยากจะเต้นรำ
    ถ่ายทอดให้ใครๆรู้ว่าใจฉันชื่นฉ่ำ ในตอนนี้

    ลำพังตัวคนเดียวก็คงไม่ได้รู้จัก อะไรที่ดีขนาดนี้
    เพราะเธอทำให้ฉันนั้นได้เข้าใจ อะไรแปลว่าความโชคดี

    เมื่อได้พบเธอ เมื่อได้พบเธอ เมื่อฉันได้พบเธอ คนนี้

    เมื่อได้พบเธอ เมื่อได้พบเธอ เมื่อฉันได้พบเธอ คนนี้

    เมื่อได้พบเธอ เมื่อได้พบเธอ เมื่อฉันได้พบเธอ คนนี้ 
    August 13

    ปีนี้วันแม่เรียบง่ายกว่าทุกปี
     
    เพราะว่าไม่ได้เตรียมอะไรมาเซอร์ไฟรท์ม๊าเลย
     
    เพียงแค่ตื่นมากอดแล้วก็หอมม๊าอย่างที่ทำเป็นประจำปรกติ
     
    รักม๊าทุกวันอยู่แล้ว รู้ว่ามาม๊าก็เข้าใจดี
     
    ..................................................................
     
    ไปพักผ่อนกับครอบรัวที่ระยอง แต่ก็ต้องขนงานไปทำ
     
    ไม่ได้นอนจนถึงเช้าวันนี้ เลยตื่นมาอีกทีตอนเที่ยง
     
    อากาศดีตั้งแต่เมื่อวานที่ไปถึง ลงไปว่ายเล่นในทะเล
     
    เมื่อคืนก็อกมาดูท้องฟ้าหลายรอบ แต่ลุงเค้าเห็น 3-4 ดวง
     
    ดาวที่ตกลงมาน่ะ ไอเราไม่เจอซักดวงเลย ออกมาดูก็ตั้งหลายรอบ
     
    ตอนกลางคืนตี 3 กว่าๆ ทุกคนนอนหมด ในรีสอร์ทมีแต่ความเงียบ
     
    อยู่ๆก็มีเสียงหมาหอน แบบว่าหอนเป็นฝูง แล้วนั่งทำงานอยู่คนเดียว เลยหลอนเลย
     
    ซักแป๊บมันมาหน้าบ้าน เลยหาอะไรไปให้มันกิน มีถั่ว หมามัมไม่กิน
     
    พอดีเห็นปาร์ตี้ที่ม๊าซื้อมา เลยเอาไปให้หมากิน รักแม่ดีม่ะ 555+
     
    แต่หมามันกินไม่หมด เหลืออยู่ครึ่งถุง เลยเอาไปใส่ตู้เย็น ตอนเที่ยงตื่นมา
     
    เลยชวนม๊ากินปาร์ตี้ถุงนั้น 55+ กินด้วยกันแหละ
     
    แต่ว่านะตอนเช้าก่อนเข้านอน หิวมาก เลยต้องกินขนมช๊อคโกเล็ตอะไรก็ไม่รู้ก่อน
     
    พอพระอาทิตย์จะขึ้นก็เข้านอน...ครั้งนี้เหมือนเปลี่ยนสถานที่ทำรายงานมากกว่า
     
    ............................................................................................
     
    i miss you so but i know it can't be
     
    i miss you so but i know i should keep it in deep
     
    i miss you so but i know you never understand
     
    my heart is very tried
     
    my mind is tearing
     
    the smile is covering what i feel
     
    reason is i can't tell anything
     
    so i am fool when i miss you
     
    ............................................ 
     
      
     
     
     
     
     
     
    August 11

    ส่วนผสมของเมื่อวานและวันนี้

    เมื่อวานหมายถึงวันพฤหัส
     
    พอสอบญี่ปุ่นเสร็จ สบายใจจังแม้ว่าจะทำผิดไปหลายข้อก็เถอะ
     
    วันนี้เป็นวันเกิดเก้พอดี 1 โหลเราเลยจัดเค็กมาเซอร์ไพรท์เก้
     
    เค็กรูปอุนตร้าแมน ตัวโปรดของเก้ HaPpY BrItH DaY for my friend
     
    พอเก้เป่าเค็กเสร็จ ก็กินเค็กกัน แล้วก็พากันไปกินข้าวที่เมเจอร์
     
    ตอนแรกว่าจะดูหนังแต่รอบมันดึก ไม่มีรถกลับบ้านเลยไม่ดู ส่วนหยก พีท ปอยลิง พลอย เก้ แล้วก็เดชดู
     
    กอฟ วีน เนม แล้วก็เราไม่ได้ดู วันนี้ lucky มากเพราะว่าเพื่อนๆได้ตุ๊กตาจากตู้เกมกดๆ เป็นตุ๊กตาหมี
     
    พลอยวิ่งเอามาโชว์ให้ดู ตอนที่เล่นเกมยิงปืนอยู่กับวีน 555+ ปวดแขนกันเลย ยิงมากไปหน่อย
     
    ส่วยไอลิงกับกอฟก็เล่นกีต้ารฮีโร่ เกมที่ไอลิงจะฮึกฮักเวลาเราว่ามันแพ้เรา 555+
     
    พอเล่นเสร็จก็แยกกันกลับบ้าน ระหว่างทางที่ยืนบนรถเมย์มา รู้สึกอิ่มเอมใจที่คิดถึงหนึ่งโหลของเรารักกันดี
     
    ต่างคนต่างห่วงใยกัน ความรู้สึกผูกพันที่สะสมกันมาเรื่อยๆเหมือนเกลียวเชือกที่พันเข้ามากขึ้นทีละเส้นๆจนกลายเป็นเชือกเส้นใหญ่
     
    อมยิ้มมาตลอดทางเพราะอิ่มเอมหัวใจมาก แต่ว่าสิ่งที่แย่ก็คือ มีคนที่ยืนบนรถเมย์เรอออกมา ไม่รู้ว่าแกไปกินอะไรมา เรอตลอด
     
    บวกกับคนตัวเหม็นอีก รอบตัวเลยกลายเป็นความสับสนระหว่างความอิ่มเอมหัวใจและกลิ่นเหม็นๆ
     
    แต่ถึงยังไงก็อิ่มใจทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งที่เรียกว่าความผูกพันและความห่วงใยของกลุ่มเราที่มีให้แก่กัน
     
    และแน่นอนไม่ลืมที่จะ +1 ให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วย
     
    ส่วนวันนี้ก็ไปเรียนตามปรกติแล้วก็ไปกระทรวงมหาดไทยกับปอย ปอยลิง กอฟ ไปหาข้อมูลกองทุนหมู่บ้าน
     
    ได้มานิดหน่อยเอง พอเสร็จก็นั่งรถต่อมาที่อนุสาวรีย์ชัยกัน กอฟกลับรถเมย์ 
     
    เดินไปส่งปอยที่ BTS แล้วรออาไอลิงมารับมัน แล้วเราก็มารอรถตู้เกือบ ครึ่งชั่วโมง ไม่ยอมมาซักที
     
    เลยงอนหนีไปขึ้น BTS เลย ตอนเดินมาเจอหมาลาบาดอร์ที่มันรู้ภาษาคนที่เค้าเอามาแสดง
     
    เจ้าของหมาเค้าให้เราเขียนชื่อจังหวัด ภาคละจังหวัด แล้วเค้าพูดชื่อภาด หมามันดันคาบถูกหมดเลย
     
    ด้วยความฉลาดของหมา เราเลยบริจาดไป 20 บาท เพราะว่าเป็นผู้ร่วมเกมส์ด้วยแหละ 55+ ตอนแรกว่าจะให้ 5 บาท
     
    พอมาถึงโลตัสอ่อนนุชก็มาหาซื้อของให้แม่เข้าไปร้านเสื้อตั้งหลายร้านแต่ไม่ถูกใจเลยไม่ได้กลับมา
     
     ตอนลงบันได BTS ที่อ่อนนุช มีคนตาบอดสีซอด้วย เลยยืนฟังเค้าอยู่ประมาณ 20 นาทีได้ เพราะจังเลยให้เค้าปเกลือบ 10 บาทมั้ง
     
    แล้วก็ขึ้นรถเมย์กลับบ้าน มานั่งคุยกับป๊าถึงเที่ยงคืนอีกแล้ว คุยกันได้คุยกันดีนะ พ่อลูกคู่นี้ วันนี้คุยกันเรื่องการเมืองแหละ แล้วป๊าก็ไปนอน
     
     
     
    ...ไม่รูว่าต้งไม้ใช้เวลานานมั้ยกว่าต้นไม้จะโต...
     
    ...ต้นไม้มันยังคงโตไปเรื่อยๆ...
     
    ...แม้ว่าตอนนี้จะยังเล็กอยู่ก็เถอะนะ...
     
    ...แต่เชื่อสิ อาศัยการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย แสงแดด กระแสลม...
     
    ...ต้นไม้ก็จะค่อยๆโตใหญ่ขึ้นทีละน้อยๆ...มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปลูกต้นไม้ให้ใหญ่ได้ในเวลาเดือน 2 เดือน...
     
    ...คงจะหลายปีแหละกว่าต้นไม้นี้จะโตและแข็งแรงกว่านี้ และคงอีกหลายปีกว่าจะได้ออกดอกให้เราดูออกผลให้เรากิน...
     
    ...จะปลูกและดูมันโตไปด้วยกันมั้ยล่ะ... 
     
     
    ...you are someone of the world but you are  the world of someone...  
       
     
     
    August 09

    พ่อสอนมาคับ

    วันนี้กลับมาถึงบ้านแล้วก็นั่งคุย กับปาป๊าตั้งแต่กลับมา-เที่ยงคืนเลย
     
    คุยให้ป๊าฟังถึงเรื่องเรียนวิชาการเมืองการปกครองญี่ปุ่น ว่ายังอ่านหนังสือไม่จบเลย
     
    คุยไปเยอะแยะมากมายๆ ป๊าก็บอกว่า
     
    บุ๊ง...เราต้องให้หนังสือเป็นลูกน้องเรา อย่าให้มันมาเป็นนายเรา
     
    ไม่ใช่ว่าเราให้หนังสือกำหนดการดำเนินชีวิตหรือทุกอย่างของเรา ถ้าบุ๊งจะอ่านให้จำได้ทั้งหมดก็เหมาะถ้าบุ๊งจะไปเป็นอาจารย์
     
    มหา'ลัย ก็คือที่อยู่ของความรู้ที่ยิ่งใหญ่ เราเรียนเพื่อรู้ แล้วเอาความรู้ในส่วนที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับเรานั้นมาใช้ ไม่ใช่ความรู้ทั้งหมดในหนังสือ
     
    แต่ถ้าบุ๊งไม่ยอมอ่านส่วนที่บุ๊งไม่ชอบเพราะอ้างว่า อ่านแล้วไม่มีความสุขเลย ก็ไม่ถูก เพราะบุ๊งต้องรู้ว่าส่วนนั้นมันมีอะไรบ้าง เพราะต้องเรียนรู้
     
    นี่คือมหา'ลัย ส่วนที่บุ๊งบอกว่าอาจารย์ให้เพื่อนมาอ่านให้ฟังไม่อาจารย์ก็อ่านตามสไลด์ แล้วบุ๊งเรียนรู้ว่าเป็ชั่วโมงกินถั่วเคลือบน้ำตาล
     
    ป๊าว่า บุ๊งน่าจะแปลกใจที่ได้กลับมาเรียนแบบมัธยมอีกครั้งหนึ่ง นี่เป็นส่วนดีที่ได้กลับมาเรียนมัธยมอีกครั้งไง 55+
     
    คุยกับแบบออกรสชาติไปเรื่องนู่นเรื่องนี้ ไปๆมาๆ ปาเข้าไปเที่ยงคืน
     
    รู้สึกว่าเทอมนี้จะเรียนเยอะและหนักที่สุด แต่ทำไมไม่เครียดเลยก็ไม่รู้นะเนี่ย
     
    ทั้งๆที่หนังสือก็ยังอ่านจบไม่หมดด้วย ชอบจังคำว่าอย่าให้หนังสือมาเป็นนายเรา กับคำว่า เหลือเวลาอีกปีครึ่งในมหา'ลัย
     
    พอแล้วกับการอ่านแบบท่องจำเพื่อไปใช้สอบ เปลี่ยนการเรียนแบบใหม่+ปรับปรุงบุคลิกถาพ ก่อนออกไปเจอกับการทำงานจริงๆ
     
    วันนี้ลัคกี้มากเลย รถไม่ติด+เหมารถตู้มาส่งบ้านในราคาแค่ 28 บาทเอง ขอบคุณสวรรค์
     
    ขอบคุณครับ
     
     
    August 07

    วันนี้ไม่อร่อยนะ

    วันนี้ไปกินชาบูชิมาอีกแล้วคับทั้งที่พึ่งไปกินมาเมื่อวันศุกร์เองคับคับ ไม่ได้อยากเลย
     
    แต่ไอลิงอยาก กอฟ พีทชาย ก็ไปด้วยกัน
     
    แต่วันนี้กินไม่อร่อยเลย กินไม่ลง 555+ 
     
    เสียดายเงินจังตั้งเกือบ 250 บาทคับ
     
    ...เพลงไม่ได้เลย...
     
    ฉันไม่เคยอิ่มเลยซักมื้อ ไม่เห็นอร่อยเลย
     
    ไปเที่ยวกันมันก็ยังงั้นๆสนุกตรงไหนที่เขาพูดกัน
     
    ไม่รู้เป็นอะไรช่วงหลังกินข้าวอร่อยจัง
     
    และทุกวันเมื่อตอนไปเที่ยวกัน สนุกสุดมัน นี่ฉันคนเดียว
     
    เดี๋ยว เพราะใครเข้ามาหรือเปล่า
     
    พบเจอแค่เพียงแป๊บเดียวไม่เคยเฉลียว
     
    และฉันก็ลองตั้งใจค้นหา เหตุผลที่เปลี่ยนไป
     
    ยิ่งใกล้เธอยิ่งเบลอไม่เข้าใจ จะทำอะไรทำไม่ถูกเลย
     
    หืมมม...เพราะเธอเข้ามาหรือเปล่า
     
    ใกล้เธอแค่เพียงแป๊บเดียว ฉันเลยเฉลียว
     
    เพิ่งจะรู้อะไรที่ทำให้เดินเข้ามา ยืนข้างหน้าเธอ
     
    และต้องบอกเธอว่า....แล้วไง
     
    ไม่ต้องสงสัย ก็เธอนั่นแหละที่ทำให้ฉัน
     
    นั้นต้องเปลี่ยนไปทั้งตัวและใจ
     
    ไม่รู้ทำไม บังคับไม่ได้ ไม่ได้เลย
    ... ... ... ... .... .... .... .... .
     
    เหลือเวลาอีก ปีครึ่งเท่านั้น เลยต้องเปลี่ยนคับผม
     
    August 03

    ตูดหมึกตอนเช้า ขำมากมายตอนเย็น

    ตอนเช้าวันนี้ตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ที่ค้างๆคาๆ หงุดหงิดแบบหาสาเหตุไม่ได้
     
    ไปมหา'ลัยจะไปคุยกับอ. น้องแล้วก็ไปดูของให้นักวิชาการ
     
    พอมาถึงมหา'ลัย ปอยกะวีนก็มาถึงก่อน ความจริงกูมาสายเองอ่ะ ว่าจะพยายามเลิกนิสัยนี้ให้ได้จริงๆแล้ว
     
    พอมาถึงก็ยังรู้สึกตูดหมึกอยู่ แต่ก็ชวนกันไปคุยก่ะอาจารย์นวลจันทร์ เรื่องเชิญ อ.จรัญ มาแต่สรุปว่าอ.ให้เหตุผลดี
     
    จนเถียงไม่ออก เชิญแล้วจะหาคนดูจากไหน + ใกล้สอบปลายภาคเหมือนกัน + อ.ไม่อยากเอาหน้าและชื่อไปเสี่ยง
     
    เพราะว่าถ้าเชิญเค้าก็ต้องมาเพราะความเกรงใจ แล้วตอนนี้ งานเพื่อบ้านเมืองสำคัญกว่ามาก ขนาดการประชุมสภาวิจัยที่ อ.จรัญเป็นประธาน
     
    ยังไม่ได้ประชุมมาตั้งนานแระ เพราะว่าท่านไม่ว่าง แล้วรัฐศาสตร์ของเราหลบอยู่ในหลืบของ ม.เกษตร เป็นคณะก็ไม่ใช่(แล้วเมื่อไหร่จะเป็นซักที)
     
    มหาวิทยาลัยก็ไม่สนับสนุนเพราะว่าคนจบสาขาน้มีเยอะแล้วอธิการบดีก็ไม่ใช่คนที่มาจากสายสังคมศาสตร์
     
    ธรรมศาสตร์เค้าจัดการเสวนาอย่างงี้มาตลอด ประชาชนก็คุ้นเคยและรู้ว่าจะได้อะไรถ้าไปฟัง+เค้ายังเป็นคณะรัฐศาสตร์อย่างภาคภูมิใจ
     
    เค้ามีความชำนาญมากกว่าเรา การที่พูดว่าจะเชิญมันง่ายแต่การเชิญมาจริงๆมันไม่ง่ายเพราะหลายปัจจัยจริงๆ ความพร้อมของเรายังไม่ดีพอด้วย
     
    ขอบคุณ อ. จตุพรที่สอนว่ามังกรออกมาเป็นกิ้งกือก็ไม่เป็นไร(ปอยงูดิน) รู้สึกดีกับคำพูดนี้มาก ขอบคุณครับ อ.
     
    เอาเป็นว่าคนใหญ่คนโตเราก็ไม่ควรเชิญมา นี่คือทัศนะของ อ.
     
    จากการอ่านการเมืองการปกครองญี่ปุ่น สอนให้เรารู้ว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่มักจะเริ่มจากกลุ่มคนเล็กๆ การสร้างชาติที่เริ่มจากคนไม่กี่คนแต่เป็นระดับหัวกะทิ
     
    มันทำให้รู้สึกว่าเราต้องมีความทะเยอทะยาน+ความเชื่อว่าเราทำได้+ความสามารถที่มีจริงๆ+จังหว่ะและโอกาสที่เป็นใจ เราก็จะทำได้
     
    แต่สำหรับงานที่มีเวลาเพียง 1 เดือนนับว่าจำกัดอยู่ในการทำงานดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะออกมาเลิศได้มั้ย มันไม่ได้อยู่แล้วครับ
     
    แต่เราต้องมองในมุมที่ว่าเราทำกิจกรรมเพื่ออะไร ? เพื่อสั่งสมประสบการณ์และอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาจากการทำงาน ขอบคุณสำหรับทุกอุปสรรคที่เข้ามา สบายมาก
     
    พอคุยกับ อ.จบ ก็มาลานคณะเจอเพื่อนๆ ปอยเจอพลอย เหมือนนัดกานไว้ 555+
     
    แล้วก็ไปกินตาตั้มกับ วีน ปอยลิง เนม อาหารวันนี้เค็มโคดเลยไอข้าวกระเทียมราดหน้าอะไรเนี่ย
     
    พอกินเสร็จก็ยังไม่หายอารมณ์ตูดหมึก แต่ก็ยังเดินไปหอสมุดกับเพื่อนๆ เนม+วีนก็หาวิทยานิพนธ์
     
    แล้วก็กลับมาคณะคุยก่ะน้องปี 2 เจอแนน แนนพาเดินไปดูของที่จะให้นักวิชาการที่จะมาเสวนา
     
    ไปที่สมโภชอะไรนี่แหละ อยู่เกษตรมา 3 ปีพึ่งรู้ว่ามีที่นี่ 
     
    คุยกะวีน+ลิงแล้วก็กะแล้วว่าจะจัดกระเช้าครับ ได้ซื้อน้ำส้มสายชู+องุ่นมากิน ของห่าลิงก็สตอเบอร์รี่ วีนนมถั่วเหลือง
     
    ลิงเมาน้ำส้มสายชูเกือบโดนรถชน+ปล่อยมุขฝืดๆตลอดทาง แต่รสชาติของน้ำเนี่ยมันบาดคอดีจังแต่นมถั่วเหลืองใช้ได้ๆ
     
    กลับมาที่คณะ+รอพวกหยกสอบเสร็จ ชวนมันไปกินข้าว+ซื้อรองเท้า แต่ก็แวะสหกรณ์ก่อนขำๆ
     
    สรุปว่าไอต้องก็ไปด้วย มีวีน หยก ปอย ต้องแล้วก็กู ไปกินกันที่เซ็นลาด  กินชาบูชิกัน
     
    ความรูสึกที่ต้องฝืนก็คือตอนกำลังจะหมดเวลากินแล้วของเหลือต้องพยายามฝืนกินเข้าไปๆเพราะว่ากลัวจะโดนปรับ 555+
     
    ปรับจริงป่าวว่ะไม่เคยเห็นมันเดินมาดู
     
    พอกินเสร็จ ก็ไปดูรองเท้าแต่ไม่ถูกใจอ่ะ+เงินไม่พอ เลยไม่ซื้อ
     
    วีนบอกว่าจะซื้อสมุดเลยนึกขึ้นได้ว่าจะซื้อเหมือนกัน
     
    ไอต้องหลังจากเปลี่ยนนิวลุค โดยการไปย้อมหัวแดง เอาไผออก แลวก็เปลี่ยนตัวเองใหม่
     
    วันนี้มันมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ บอกว่าต้องขอเบอร์หญิงให้ได้หนึ่งคน
     
    พอไปที่บีทูเอส ต้องเหมือนจะเจอคนที่ถูกจายยย ตอนนี้แหละ มันวางแผนจะเข้าไปขอเบอร์
     
    มันบอกว่าใจเต้นๆๆ เพราะว่าไม่ได้อย่างนี้นานแระ สุดท้ายหลังจากลังเลอยู่นานๆมากๆมันก็เดินเข้าไปอย่างมาดแมน โดยมีพวกกๆเฝ้าสังเกตุการณือย่างห่างบ้างใกล้บ้าง
     
    มันเข้าไปขอเบอร์แต่เพื่อนที่มากับผู้หญิงคนนั้นสกัดต้องออกมา แมร่งเซ็งเลย 555+
     
    พอซื้อสมุดไรเสร็จก็แยกๆกลับบ้านกัน สรุปว่าไอต้องก็ไม่ได้เบอร์ใครเลย 555+
     
    ตอนกลับนี่ฮามาก ขึ้นบันไดเลื่อนตรงรถไฟฟ้า ไอต้องตะโกนว่าไอ้แว่นแอบดูกางเกงในเหรอ ผู้หญิงที่อยู่ชั้นบนเอากระป๋ามาปิดหลังกระโปรงเลย
     
    ไอ้ห่าหยกทำหน้านิ่ง 555+ พวกกูขำสาดดดด ตัวงอเลย วันนี้ต้องมันปล่อยมุขตลอดดด ฮาจริงๆ มึงพยายามกลบความเศร้าหรือเปล่าว่ะอยากรู้จัง
     
    สนุกดีวันนี้เลยไม่ได้อ่านหนังสือเลยทั้งวัน 555+ ผิดแผนเลย  
     
    ขำๆ
     
          
    August 02

    ว่าด้วยการสอบและอารมณ์

    ขอบคุณระบบการศึกษาไทย สำหรับความเครียดที่สร้างให้กับคนที่เรียน
     
    ที่เมื่อนอกเขาเรียนกันสบายๆ เหมือนการก้าวขึ้นบันไดที่ค่อยๆก้าวขึ้นไปทีละก้าว
     
    แต่ที่เราเรียนอยู่ตอนนี้ ทำไมมันถึงเหมือนว่าทุกวินาทีต้องมีแต่หนังสือ
     
    ขอบใจมากที่วิชาโทเลือกเองไม่ได้ ทำให้ต้องจำใจเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ
     
    อันนั้นยังไม่ขอบใจเท่าที่อาจารย์สอนให้เราเรียนรู้ด้วยการอ่านของเพื่อนหน้าชั้น
     
    ตลอดเวลาที่เรียนวิชาการเมืองการปกครองญี่ปุ่นมาสอนให้เรารู้จักความเบื่อหน่ายในห้องบรรยาย
     
    สอนให้รู้ว่าถั่วเคลือบน้ำตาลนั้นกินได้ อร่อยด้วย ชั่วโมงกินถั่วเคลือบน้ำตาล
     
    จริงอยู่ว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเราที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองและอาจารย์คือหนังสือที่มีอยู่เต็มห้องสมุด
     
    ไม่เถียงเลย อาจเพราะว่าความอ่อนแอของเราเอง บวกกับการที่ไม่รู้ขอบเขตที่อาจารย์จะออกข้อสอบไง
     
    ถ้ารู้ว่าจะออกส่วนไหน หรือจากหนังสือเล่มไหนตรงไหนเรื่องไหน ก็จะสบายใจ
     
    อ่านใกล้จะจบแล้วแต่ทำไมมันไม่รู้อะไรเลย เพราะว่าสติปัญาทึบลงหรือเปล่า น่าจะใช่มั้ง
     
    อารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นเหมือนศึกวันแดงเดือด หรือว่าฮอร์โมนจะบ้าบอแล้ว 
     
    อยากทำให้ป๊าม๊ารู้สึกดีว่า เงินทุกบาทจากหยาดเหงื่อแรงงานที่ส่งให้เรียนนั้น ลูกคนนี้ใช้อย่างคุ้มที่สุด
     
    เรียกว่าโกยเอาความรู้ที่มีอยู่มาใส่ไว้ในสมองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
     
    แต่วิชานี้อาจารย์ให้อ่านเอง เลยเปลี่ยนจากอ่านเพื่อรู้มาเป็นว่าข้อสอบจะออกตรงไหนแล้วก็จะอ่านตรงนั้น
     
    กลายเป็นว่าเรียนเพื่อคะแนน ไม่ใช่เพื่อรู้ ขอโทษป๊าม๊าจริงๆคร๊าบบบ ผิดจุดประสงค์ไป
     
    แต่มันจำเป็นแล้วสำหรับเวลานี้ที่อาจารย์ใช้วิธีการสอนแบบนี้
     
    ทำใหรู้ว่าการเบื่อชีวิตอันเกิดจากการต้องดิ่นรนเป็นยังไง ขอบคุณฟ้าที่ส่งเรื่องราวนี้มาสอน
     
    เห็นชีวิตแบบชนบทแล้วตอนนี้ก็รู้สึกอิจฉา
     
    แต่อย่างว่าแหละความร่ำรวยและมั่งคั่งชื่อเสียงเกรียติยศ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆหรอก
     
    กว่าโนบุนางะ ฮิเดโยชิและโตกุกาว่าจะครองอำนาจบนแผ่นดินที่ชื่อว่าญี่ปุ่นนั้นก็ต้องดิ้นรนน่าดู
     
    ขอร้องตัวเองให้มีความทะเยอทะยานต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ดีมั้ย
     
    กลับมาใช้ชีวิตแบบเห็นแก่ตัวเองดีมั้ย ทำสิ่งต่างๆเพื่อตัวเองดีหรือเปล่า
     
    สิ่งไหนที่ระหว่างการทำเพื่อคนอื่นก่อนกับทำเพื่อตัวเองก่อนอะไรจะให้ความสุขเราได้มากกว่า
     
    ศึกษาไปก่อนดีกว่าเพราะว่าเห็นแก่ตัวมามากพอแล้ว ขอศึกษาจะอีกทางบ้าง
     
    เลยทำให้สับสน เลยคิดว่าจะปล่อยไปซักพัก ล่องลอยไปเรื่อยๆซักพักนึกเนอะ
     
    ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือปลดพันธนาการตัวเองจากบางสิ่งที่พูดยาก
     
    อารมณ์ของมนุษย์ จิตมนุษย์นี้ยากแท้หยั่งถึง 
     
     
     
     
        
    July 29

    my feeling and something that i wish you to know

     
    อยากรู้ใจเธอมีฉันหรือเปล่า 
    อยากรู้ว่าเธอได้ยินบ้างไหม
    
    ก็เสียงใจมันบอกว่ารักเธอมากมาย
    ร่ำร้องเรียกภายในใจเท่านั้น
    
    
    ก็รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้
    ก็ไม่ต้องการให้เธอเสียใจ
    แค่คนคนเดียว ไม่มีค่าเท่าไร
    กลัวฉันไปทำลาย หัวใจเธอ

    * ฉันมันคนไม่มีสิทธิ์ ถ้าคิดรักเธอจะผิดไหม
    ขอช่วยทำให้ฉันมั่นใจ ว่าเธอคือคนนั้นที่ฉันรอ

    ** ไม่รู้ต้องทนอีกนานเท่าไร
    ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน
    ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรทำเช่นไร
    ให้เธอรู้ความในใจ ว่ารักเธอ
    ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรทำเช่นไร
    ให้เธอรู้ความในใจ...ฉันรักเธอ
     
    this is something that
    i wish you to know
    how i feel about you
    something that i always think 
    it very difficult to tell you
    you is only one that make me feel like this
    it may be feeling which someone say "love"
     
    July 22

    ว่าด้วยการรับน้อง

    16 กรกฎาคม

    ว่าด้วยการับน้อง

     
    วันนี้จะว่าด้วยการรัน้องที่พึ่งผ่านพ้นและจบไปเมื่อวานนี้
     
    เราชาวรัฐศาสตร์เกษตรรับน้องสิงห์ 33 กันในวันที่ 13-15
     
    ในงานครั้งนี้ผมมีหน้าที่เป็นว๊ากเกอร์คนหนึ่งในทีม
     
    ว๊ากเกอร์ซ้อมกันมาประมาณเดิอนกว่าแต่มาจริงจังในอาทิตย์สุดท้ายก่อนไปรับน้องนั่นเอง
     
    เพื่อนๆกลุ่มของผมก็ไปกันเกือบหมดขาดแค่ 2 คนเพราะว่าติดธุระกับครอบครัวและอีกคนผมไม่รู้เพราะว่ายังไม่ได้ถามเลย 555+
     
    แล้ววันที่จะไปก็มาถึง
     
    วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2550
     
    ผมตื่นมาเรียนที่มหาลัยในวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ตอน 9 โมง ตอรแรกว่าจะเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่หอพีทแต่ว่ามาสายเลยไปไม่ทันก็เลยเข้ามาเรียนเลย
     
    พอเรียนเสร็จก็ลงมาเจอเพื่อนของผมข้างล่าง จากนั้นต้น หยกและผมก็ไปที่รถเดชเพื่อเอาปูนขาว 10 กิโล และจากนั้นพวกผม 3 คน ก็นั่งรถเดชออกมาหน้ามหาลัย
     
    เพื่อไปซื้อปูนขาวเพื่ม หลังจากซื้อเสร็จก็เอาปูนขาวมาไว้ที่หอพีท+กินข้าวแล้วก็เข้ามาเรียน math com lab หลังจากเรียนเสร็จ เพื่อนของผมที่ยังไม่ได้ไป
     
    ที่ระยองก็คือ วีน หยก ต้น หมอ พีท กอฟและเนม ก็ช่วยกันขนของสวัสดิการมาไว้ที่รถ ที่ปั้มคาวเทคตรงประตู 2
     
    ซึ่งดูจะยุ่งๆเพราะว่าที่นั่งของปี 2 3 4 ไม่ลงตัวในตอนแรก พอหลังจากขนของใส่รถเสร็จผม ต้น และกอฟที่จะไปก่อนในรอบนี้ก๋ขึ้นรถคันปี 3
     
    แต่รถที่นั่งเกือบเต็ม+สายตาของบางคนหรืออาจจะหลายคนที่สร้างความรู้สึกแปลกๆแบบไม่เป็นมิตรให้กับพวกผม 3 คน
     
    กอฟเลยถามว่าเราไปนั่งคันนู้นดีมั้ย ผมก็ว่าอื่มๆ จากนั้นกอฟลงไปถามพี่แอมว่ารถว่าเปล่า พี่แอมบอกว่าว่าอยู่ 4 ที่ ผม 3 คนเลย ย้ายไปนั่งรถของปี 4
     
    พอมาถึงที่วังแก้วรีสอร์ทที่ระยองรู้สึกว่าจะประมาณเกือบๆ 3 ทุ่ม พอลงรถปั๊บ ก็จัดของ ของสวัสดิการ+ไปบอกให้น้องว๊ากกรอบ ไปอาบน้ำแต่งตะฃัวและมาเตรียมประชุม+รับเสื้อ
     
    ตอนประชุมว๊ากทุกคนเปิดใจว่ามาทำเพื่ออะไร หลังจากนั้น ก็เริ่มกิจกรรมโดยว๊ากทุกๆคนมาเดินตรวจดูสถานที่ ที่จะทำกิจกรรมอีกเป็นรอบสุดท้าย ตอนเดินตรวขอยู่กลับโดนพี่ๆ
     
    ปี 4 มาว๊าก สั่งให้หมอบ แล้วก็โดนด่า ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้ว๊ากเกอร์ทุกคนนั่นเอง จากนั้นเราก็มานั่งรอ พอน้องๆมากิจกรรมจึงเริ่มอย่างจริงจัง
     
    ซึ่งใช้เวลาว๊ากอยู่ตั้งแต่ ตีหนึ่งกว่าๆ ถึงประมาณ เกือบๆ 10 โมง กิจกรรมว๊ากจึงจบลง
     
    ฐานต่างๆมีดังนี้ 1.ฐานมั่นใจ 2.ฐานน้ำใจ 3.ฐานร่วมมือ 4.ฐานเป็นหนึ่งและเป็นหนึ่ง
     
    ว๊ากแบบ non sleep ทั้งพี่ว๊าก พี่สวัสดิการ(เพื่อนๆกลุ่มเราไง) พี่พยาบาล แล้วก็พี่อีกหลายคน
     
    น้องปี 1 ปีนี้พูดได้คำเดียวว่า ปี1ที่ไปเป็นน้องของผมและเพื่อนๆจริงๆ มึงเต็มที่ มีน้ำใจ มั่นใจ ร่วมมือ และเป็นหนึ่งซึ่งกันและกันเอง+เป็นหนึ่งกับพี่ๆทุกชั้นปี
     
    ผมไม่เสียดายเสียงที่หายไปจากการตะแบงอยู่ตลอดเวลานานๆหลายๆชั่วโมงจนจบกิจกรรม ขาที่ปวดเพราะยืนอย่างยาวนาน+การลุกนั้งที่พี่ปี 4 ทำโทษในฐานสุดท้าย
     
    ชุดที่เปียกเพราะถูกสั่งให้ไปกลิ้งไปนอนในน้ำทะเล รองเท้าที่ต้องทิ้งไป 1 คู่เพราะว่าเน่าเหลือเกิน+เวลาการอ่านหนังสือและการเคลียร์งาน การนอน และอื่นๆ
     
    และผมก็คิดว่าเพื่อนผมที่ทำงานอย่างเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญา และกำลังใจที่ทุ่มลงไป และถึงแม้ว่าอาจจะได้บางสิ่งจากการทำงานที่ทำให้รู้สึกแย่อยู่บ้าง
     
    แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนผมทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วยรู้สึกว่าการไปรับน้องครั้งนี้คุ้มเกินคุ้มจริงๆ คนที่ไม่ได้รู้ก็รู้ คนที่ไม่ได้เข้าใจก็เข้าใจ
     
    อย่างผมก็พึ่งเข้าใจบางสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจเลยตั้งแต่เรียนที่เกษตรมา
     
    ไม่เสียใจเลยจริงๆ ถ้าเปรียบเป็นการลงทุนเหมือนกับว่าลงทุนไป 1000 บาทแต่ได้กำไลกลับมาเป็นล้านบาท
     
    และจบลงด้วยการ บูมรัฐศาสตร์  ผมรู้สึกปลื้มและอื่มในหัวใจมากๆ เสียงคำว่า "รัดสาด" รัดสาด "รัดสาด "เกษตร" ดังเหมือนจะไปชนขอบของท้องฟ้า
     
    และเสียงนั้นก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของผม
     
    หลังจากรับน้องเสร็จมีการชิงธงที่สนุกสนานเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นอีกระหว่างพี่และน้อง
     
    จบจากการชิงธงว๊ากเกอร์วิ่งลงทะเลเพื่อไปล้างตัว มีเพื่อนหลายคนถูกจับโยนลงทะเล 555+
     
    จากนั้นมาอาบน้ำ ไปกินข้าว แล้วก็นอนพักผ่อน ถึงบ่ายๆเกือบเย็นๆก็ตื่นมา อยู่ในห้องกับเพื่อนๆกลุ่มเรา
     
    ในคืนวันนั้นจะมีการแสดงของแต่ละชั้นปีแล้วก็การแสดงของว๊าก เพื่อนผม หยก ปอยลิงและพีทต้องแสดง
     
    หยกแสดงเป็นเด็กใส่ผ้าอ้อมที่ทำจากผ้าปูเตียง พีทและปอยแต่งเป็นผู้หญิง
     
    การแสดงของพวกมันในคืนนั้นเรียกเสียงฮาน่าดู 555+ เด็กที่คลานออกมา+สาวบางโพ นั้นโก้จริงๆ
     
    สำหรับสาวบางโพ มีไอวินัยที่หายหัวไปเพราะว่าแกล้งป่วย ไม่ยอมมาแสดง...555+ มึงอายไรเหรอไอเอก 555+
     
    จบจากการแสดง มีพิธีบายศรีที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์แบบเท่าไหร่
     
    จบจากการบายศรีเพื่อนๆผมกับผมก็กลับบ้าน และกลับมาที่ชายหาดอีกครั้งเพื่อนั่งกินเหล้า
     
    ผมกินเหล้ากับนมช็อคโกแลต แล้วก็สไปท์ ตอนกินก็ขำๆกัน หยกเมามากมาย แล้วก็พูดว่ากรู้ตัวแต่กูควบคุมไม่ได้ มันเลยกลายเป็นคนที่หวานไปเลย พีทพอใจๆ
     
    ส่วนพีทชายก็โปรเหลือเกินชง+ดื่มเหล้าเนี่ย555+ พลอยกินเหล้ากับสไปท์บอกว่าอร่อย เนมกินขนมแล้วก็เหล้า ไอกอฟพาน้องปี 1 2คนมานั่งกินด้วย ไอนิคก็เครื่อง 2 J 
     
    สูปเหล้าเหมือนน้ำ ต้นก็หน้าแดงแล้วก็เริ่มปล่อยมุขตามไอ้หยกที่ปล่อยไม่ยอมหยุด ไอปอยก็มากินเมาเหมือนกัน เจ๊วีนแล้วหมอบีแล้วก็พีทตามมาหลังจากอาบน้ำเสร็จ
     
    แล้วเก้ก็ตามมา ไอพ้งก็มานั่งกินด้วย ส่วนผมก็เมาหลับบนตักของไอต้น มันหลับจริงๆ555+    
     
    กินกันไป ฮากันไป เมากันไป บนชายหาด มีเสียงคลื่น เเสงไฟจากเทียนเพียงเล่มเดียว(แต่เล่มใหญ่)ที่เอามาจากพี่บันฑิต บรรยากาศดี
     
    ซักพักผมก็ตื่นขึ้นมา แล้วบอกว่าอยากนอนมาก พ้งเลยอาสาจะพาไปส่ง เจ๊วีนกับเนมก็มาด้วยกัน ผมเดินมาซักครู่นิดๆ ข้างในมันปั่นป่วน เกินอาการ ....ปาดึ๊บปาดั๊บ
     
    อ๊วกพุ่งกระจาย พ้ง+วีน เข้ามาช่วยบิ้วให้แล้วก็ประครองแล้วก็บิ้วให้ผม จากนั้นผมเดินอีกนิด อ๊วกก็พุ่งอีก ตามข้างทางที่เดินมา
     
    ผมไม่รู้ว่าอ๊วกไปกี่ครั้ง แต่วีน พ้งแล้วก็เนมคุยๆว่า อ๊วกไป 4 ครั้ง
     
    ขอบใจวีนแล้วก็พ้งที่ช่วยพากูกลับมาถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ ไม่ล้มลงไปกอง ไม่เซไปเซมาแล้วก็ไม่โดนแมงป่องต่อย หลังจากอ๊วกสติก็กลับมา
     
    กลับมาถึงก็อาบน้ำ แล้วซักพักเพื่อนๆทั้งหมดก็กลับมา อ๋อ ไอนิคกลับมานอนก่อนผมเพราะว่า 2 J มันไม่ไหวแล้ว555+อ๊วกแตกเหมือนกัน ไอหยกนอกจากหวานแล้วอ๊วกก็พุ่งด้วย
     
    555+ 
     
    จากนั้นก็คุยๆกันนิดหน่อยแล้วผมก็เข้าสู่นิทรา ราตรีสวัสดิ หลับแบบรวดเร็วมากมาย เพื่อนคนอื่นๆก็พากันนอนเช่นกัน คืนนั้นผ่านไปอย่างเมามันจริงๆ เมา....มัน..555+
     
    พอตื่นมาตอนสายๆก็พากันอาบน้ำแล้วก็ไปกินข้าว มอบเสื้อ จากนั้นก็ถ่ายรูปกันๆ แล้วก็กลับบ้าน
     
    ขากลับมาแวะที่เสม็ดกินข้าว+ซื้อของฝากแล้ว สุดท้ายก็รอดชีวิตกลับมาถึง มหาลัยได้อย่างปลอดภัยแม้ว่าคนขับจะขับรถแบบจะพาไปส่งที่สวรรค์ก็ตาม 
     
    หลังจากบูมเสร็จ ก็กลับบ้านกลับช่องกัน
     
    July 18

    เหนื่อยมาก

     
    วันนี้ซีพีมาบรรยายให้ฟังเกี่ยวกบองค์กรและมารยสมัครพนักงาน
     
    เค้านัด 9 โมง เกือบไปไม่ทัน ดีที่ไอลิงโทรมาปลุกตอน 8.30
     
    รีบสุดๆ น้ำไม่ได้อาบ ฟันไม่ต้องแปลง ล้างหน้า+สระผม  แล้วมาแต่งตัวบนรถ Taxi
     
    555+
     
    พอมาถึงมหาลัย ขึ้นมาบนลิพกับเพื่อคุยกานถึงเรื่องตื่นสายเนี่ย เจ้ากำคนอบรมของซีพี ดันอยู่ในลิพ
     
    แบบว่าพึ่งมารู้ทีหลัง ตอนกูอออกมาจาลิพก็พูดซะดังว่า โห ไหนนัดตั้ง 9 โมง แล้วจะมาเลื่อนเป็น 9.30 เหรอ
     
    ป่านนี้ยังไม่มาอีก 555+ ที่ไหนได้พี่ๆเค้าดันอยูข้างหลัง 555+
     
    พอฟังๆเค้าพูดเสร็จ ก็ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาเพื่อสมัครงาน
     
    พอเสร็จจากการปรชุมก็ไปหาอารย์สุทธิศักดิ์ วันนี้ดูอาจารย์ท่านอารมณ์ดี คุยกันอยู่นานเลยทีเดียว 
     
    จากนั้นก็ลงมานั่งๆที่ลานคณะ ไอ้หนุ่มเกาหลีที่ไหนก็ไม่รู้เดินมาถามกูกับกอฟว่า can you speak English
     
    ไอเรา 2 คนก็ตอบไปว่า yes ตอนแรกนึกว่าจะมาชวนไปปาร์ตี้ ที่ไหนได้ ดันมาให้เราอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระเจ้าซะงั้น
     
    อ่านอยู่ประมาณ 10 นาทีแล้วเค้าก็ไป 
     
    จากนั้นก็ไปกินข้าวกลางวันที่ตาตั้มกับเพื่อนๆ 555+ ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ พึ่งจะรู้ว่ามันคือข้าวผัดกับน้ำพริกกระปิ
     
    กินกันไปกินกันมา ชั่วโมงกว่าๆ แต่ว่าเสียเวลารออาหารนานเพราะว่าคนเยอะมากมาย โต๊ะข้างๆกินทอดมันกุ้งเห็นแล้วอยากกินบ้าง 555+
     
    พอกินเสร็จไปก็รอเจ๊ที่ ศร.1 อยู่แป๊บนึง เข้าเซเว่น 2 รอบแต่ไม่ได้ซื้อไรเลย เพราะว่าตัดสินใจไม่ถูกระหว่างช็อคโกแลท กับน้ำผลไม้ 555+
     
    แล้วเพื่อนๆกับเราก็เดินมาเรียน Math com ที่ ศร.3
     
    พอเรียนเสร็จตอน 4 โมง ก็มานั่งเตร่ๆทีลานคณะ แล้วก็แยกกันไปเรียน Ja Ir Gove มีเรียนต่อ
     
    ส่วน กู กอฟ ลิง กลับบ้าน แต่สำหรับผมก่อนกลับก็ต้องรอ ขนม ตั้งแต่รถไม่ติดฝนไม่ตก จนกระทั่งฝนตกรถติด
     
    ได้ขนมมากิน แต่ต้องยืนบนรถเมล์ รถติดมากมาย ติดนานขนาดว่า ยืนหลับบนรถเมย์ครั้งแรกในชีวิต หลับจริงๆ
     
    เหนื่อยมาก อ่อนเพลีย พอกลับมาถึงบ้านตอนประมาณทุนนึง ไม่ต้องทำไร นอนก่อนเลย แล้วก็พึ่งตื่นตอน ตี 2 ครึ่งเนี่ยแหละ
     
    ข้าวยงข้าวเย็นไม่ต้องกินเลย 555+ ตอนนี้จะไปทำ OB แล้วคับ ลาก่อน
    July 16

    สิ่งที่คุ้มค่า

    การรับน้องครั้งนี้ผมได้รู้สึกถึง
     
    ความรู้สึกอุ่นๆกลางหว่างอก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ ปลื้มปิติอิ่มเอิบ
     
    อันเกิดจากการเข้าใจว่าอะไรคือสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน พี่ น้อง ชาวรัฐศาสตร์เกษตร
     
    หากผมไม่ได้ร่วมกิจกรรมนี้ แม้ว่าจะมีกี่คนบอกถึงความรู้สึกเช่นนี้ผมก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ ขอบคุณปอยและเอกมาที่ดึงกูมาเป็นพี่ว๊าก
     
    เสียงบูมรัฐศาสตร์จากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคน ที่ยังดังก้องอยู่ภายในหัวใจของผม
     
    who who ha ha here we are pol sci pol sci can you see who are we รัดสาดดดดดดดด  รัดสาดดดดดดดดด รัดสาดดดดดดด เกษตร ! ! !
     
    น้องปี 1 ทั้ง52คน ที่เป็นรุ่นสุดๆ และได้ใจจากผมไปแล้ว น้ำตาที่หลั่งรินของน้องๆในการที่จะช่วยกันเองและช่วยพี่ๆ นี่แหละเมื่อถึงยามยาก ทุกคนที่เป็นสิงห์เขียวร่วมช่วยเหลือกัน
     
    นี่แหละ นี่แหละ ความเป็นรัฐศาสตร์เกษตร สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาเปนคำพูดได้
     
    พวกเราทุกคนมาคนคนละที่คนละครอบครัวแต่ถูกเชื่อไว้ด้วยสิงห์เขียวให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งเพื่อนพี่น้อง ความผูกพันธ์ที่ยากเกินจะบรรยายจริงๆออกมาให้คนอื่นเข้าใจ
     
    ใต้แผ่นฟ้าทั่วถิ่นไทย เรามุ่งไปไกลถึงทุกแดน จะยากแค้นหนักหนาเพียงใด
     
    ไม่หวั่นใจ รัฐศาสตร์เกษตร
     
    งานปกครอง งานบริหาร กระบวนการยุติธรรม ประกาศก้องไกล จรรโลงเอาไว้มั่นในความดี
     
    ให้เกิดมี สุขในสังคม
     
    มีจิตใจรักกลมเกลียว ด้วยสิงห์เขียวรวมกันเป้นเดียว ต่างมุ่งหวังรอวันเวลา ได้กลับมา พบกันน้องพี่
     
    งานปกครอง งานบริหาร กระบวนการยุติธรรม ประกาศก้องไกล จรรโลงเอาไว้มั่นในความดี
     
    ให้เกิดมี สุขในสังคม
     
    มีจิตใจรักกลมเกลียว ด้วยสิงห์เขียวรวมกันเป้นเดียว ต่างมุ่งหวังรอวันเวลา ได้กลับมา พบกันน้องพี่
     
    ใต้แผ่นฟ้าทั่วถิ่นไทย เรามุ่งไปไกลถึงทุกแดน จะยากแค้นหนักหนาเพียงใด
     
    ไม่หวั่นใจ รัฐศาสตร์เกษตร  ไม่หวั่นใจ........รัฐศาสตร์...เกษตร ไม่หวั่นใจ................. ..รัฐศาสตร์เกษตร
     
     
     
     
     

    ว่าด้วยการทำงานครั้งนี้

    การทำงานรับน้องครั้งนี้ ทำให้ผมและเพื่อนๆในกลุ่มของผมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆได้มากมาย
     
    เริ่มจาก การทำงานต้อเข้าใจว่าทุกๆคนทำอย่างเต็มที่และทุ่มทำด้วยกายใจ ดังนั้นควรจะรักษาน้ำใจซึ่งกันและกันในการทำงาน
     
    ไม่ใช่ว่าจะเอาตามใจตัวเองอยู่เพียงคนเดียว
     
    ซุนวูกล่าวไว้ว่า แม่ทัพสามารถ เจ้าครองแคว้นไม่ยุ่งเกี่ยวจะชนะ และยังกล่าวอีกว่า ไม่รู้เรื่องของ 3 ทัพแต่เข้าสอดเรื่องของ 3 ทัพแม่ทัพนายกองก็สับสน
     
     ไม่รู้กิจการของ 3 ทัพแต่เข้าแทรกแซงกิจการของ 3 ทัพแม่ทัพนายกองก็สงสัย เมื่อแม่ทัพนายกองทั้งสับสนและสงสัยเจ้าครองแค้วนอื่นก็จะเข้าแย่งชิง
     
    แม้จะมีผู้เยี่ยมด้วยสติปัญญาก็ยากที่จะกลับร้ายเป็นดี
     
    นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากจะให้เห็นว่ามันเป้นอย่างนั้นจริงๆ ดังนั้นการทำงานคนที่เป็นหัวก็ควรจะคอยประสานงานต่างๆให้ดี
     
    ไม่ใช่ลงมาจับเองทุกๆงาน เพราะคุณตั้งหน่วยต่างๆที่จะมาช่วยคุณแล้ว หากคุณไม่ไว้ใจและไม่เคารพความคิดเขา คุณจะตั้งขึ้นมาทำไม
     
    ซุนเซ็กกล่าวว่า ใช้ ไม่สงสัย สงสัย ไม่ใช้  คุณน่าจะเรียนรู้ในจุดนี้บ้าง 
     
    อีกอย่างก็คือ องค์พระหากไม่มีคนปิดทองข้างหลังองค์พระก็จะไม่สมบูรณ์ดังนั้น ควรจะเรียนรู้ที่จะเสียสละด้วย
     
    ไม่ใช่ว่างานที่เป็นของเขาแล้วคุณเข้ามาแทรกเพื่อให้ได้หน้าตา คุณคิดดูว่าคุณได้น่าตาจริงอยู่ แต่ทว่าคนที่เขารู้เขาจะมองคุณอย่างไร
     
    คนที่ทุ่มเทมากในการทำงาน ลงทั้งกำลังกาย สติปัญญาและกำลังใจ กำลังทรัพย์ เขาทุ่มเทมากจริงๆ
     
    คุณน่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ในส่วนนี้ด้วย ในการออกคำสั่งหรือคำพูดต่างๆ ควรจะระวังในความรู้สึกของเขาเหล่านั้น
     
    มีสุภาษิตว่า อยู่กับตัวเองต้องระวังความคิด อยู่กับมวลมิตรต้องระวังวาจา อยู่กับปวงประชาต้องระวังทั้งวาจาและความคิดให้ดี
     
    ถ้าคุณมีสุภาษิตนี้ตั้งอยูในใจก็น่าจะดีนะ
     
    ครั้งนี้ผมเข้าใจสรุปว่า การประสานงานคือหัวใจของงาน งานจะออกมาดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าทุกคนทุกหน่วยงานที่ทำงานทุ่มเทสติปัญญาและกำลังอย่างเต็มที่+การประสานงานที่ดี
     
    และความเห็นใจซึ่งกันและกัน คำพูด และการคำนึงถึงความเหมาะสมของงาน  งานถึงจะออกมาอย่างสมบูรณ์ดี
     
    จากความคิดของผมสิ่งที่ขาดหายไปก็คือ การประสานงานที่ดี คำพูด และการคำนึงถึงความเหมาะสม + ความเห็นใจซึ่งกันและกัน เป็นส่วนที่คุณยังบกพร่องอยู่
     
    ทุกงานที่ทำ ผมเข้าใจว่า ปัญหาเดิมๆเกิดขึ้นเพราะว่าคุไม่ปรับปรุงตัวเอง และไม่ยอมรับคำติด้วยใจของคุณ แม้ว่าการกระทำ คำ พูดจะแสดงว่ายอมรับก็ตาม
     
    การติและการชมนั้น มี 2 แง่ คือ
     
    1. ติเพื่อก่อ หมายถึงคูณทำผิดจริง เขาเห็นคุณทำผิดจึงช่วยเตือน ให้คุณดีขึ้น
    2. ติเพื่อทำลาย คือคุณไม่ผิดอะไรแต่เขาอิจฉาหรือไม่พอใจคุณจึงได้ติคุณให้คุณฉิบหาย
     
    การชม
    1. ชมด้วยหัวใจ มันจะเกิดจากการที่คุณทำดีจริงๆ แล้วได้รับการสรรเสริญซึ่งเหมาะกับความดีที่คุณได้ทำ
    2. ขมเพื่อหวังผลประโยชน์จากคุณ คุณจะทำดีหรือไม่เขาก็จะชมให้มากเพื่อให้คุณปลื้มใจจนสามารถที่จะให้อะไรอะไรกับเขาได้
     
    ดังนั้นคุณลองเลือกดูเถอะว่าคุณควรจะรับการติและการชมแบบไหนที่จะให้ประโยชน์กับตัวคุณเองมากที่สุด
     
    จบเรื่องานที่ซีเรียส
     
     
      
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 08

    เธอเลือกเองนะ

    บอกแล้วควรฟังสิ เราย่อมเลือกสิ่งที่ดีให้เจ้า
     
    แล้วทำไมถึงรวมหัวกัน ไม่ยอมบอก
     
    อยากให้ ใช้เงินของป๊าม๊า ให้คุ้มค่า
     
    ทำไมล่ะ ของน่ะ ซื้อของศูนย์ไม่ได้เหรอไง
     
    แค่แพงกว่านิดหน่อยแต่เราก็มั่นใจได้มากกว่า
     
    ในการให้บริการ... ถ้ารุ่นนี้ไม่มีซื้อรุ่นอื่นไม่ได้เหรอ
     
    ไม่ยอมบอกหรือปรึกษา
     
    รวมหัวกันปิดปัง แล้วก็ไปหาที่พึ่งอื่น ..
     
    ...ไม่โกรธที่ซื้อ...แต่เคืองที่ไม่กล้าปรึกษา...ไม่บอกกัน
     
    เคยบอกแล้วไงว่ามีอะไรให้พูดตรงๆ
     
    ให้ลองชั่งน้ำหนักดูจำได้มั้ย...หรือสติปัญญาจะถูกกามตัณหาบังไว้หมดแล้ว
     
    และนี่คือสิ่งที่จะได้รับ
     
    แน่นอนของที่ซื้อมาแล้ว...
     
    และก็อีกอย่างคือความรู้สึกที่แย่ๆของฉันที่มีต่อพวกเธอทั้งหลาย...
     
    ไม่สนว่าจะเป็นยังไง...ช่างมัน...ชีวิตของเธอเอง
     
    แต่อย่าให้เงินของป๊าม๊าต้องสูญเปล่า...ท่านทำงานเหนื่อยมาก 6 วันต่อสัปดาห์
     
    มีความสุขมั้ย...กับของที่ได้มาโดยต้องแลกกับความสัมพันธ์และความไว้ใจที่เคยมีต่อกัน
     
    คิดได้แค่นี้ก็ถือว่าปัญญามีแค่ระดับหนึ่ง...น่าสงสาร
     
    คนที่วิ่งตามกระแสโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่เรียกว่าความเหมาะสม...น่าสงสารทุกคน
     
    ถูกสื่อชักจูงให้ซื้อสินค้าเพื่อให้เค้ารวยขึ้นแต่เรา ไม่สิ พ่อแม่ของเราต้องสูญเงินไป
     
    เพื่อสนองตัณหาของตัวเราเอง...
     
    คนที่อำนวยให้เกิดสิ่งนี้ก็ไม่คิดถึงพ่อและแม่ของฉันเลยนะ
     
    แม่น่ะย่อมรักลูกดังนั้นย่อมอยากให้ลูกได้สิ่งที่ลูกได้
     
    แต่คนอื่นน่ะน่าจะมองเห็นและช่วยเตือนสติสิ ไม่ใช่ปล่อยให้ทำตามใจ
     
    โดยไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา...
     
    สิ่งนั้นและคำโต้เถียงที่อาจจะเกิดขึ้นของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเขลาที่อาศัยและมีอยู่ในจิตของคนเหล่านั้น
     
    ไร้ปัญญา...ไม่สิ ต้องบอกว่ามีปัญญาแต่เป็นปัญญาที่ทรามมากกว่า
     
    จะเห็นใครช่วยเธอได้และหวังเป็นที่พึ่ง...นั่นคือเรื่องของเธอ...ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอก
     
    แต่สิ่งที่ฉันเกี่ยวคือ...เงินที่พ่อกับแม่หามา...ควรจะถูกใช้อย่าฉลาดและคุ้มค่าที่สุดเท่าที่ปัญญาของเราจะมี
     
    เพราะการที่เราจ่ายเงินออกไปนั่นหมายถึงเราเอาหยาดเหงื่อแรงงานของท่านแลกกับสิ่งต่างๆนั่นเอง
     
    ...จงคิดให้มาก...ปัญญามีกันทุกคน...จงอย่าพยายามยุ่งเรื่องของคนอื่นโดยไม่จำเป็น...ตรองดูเถอะ...ท่าน
     
    ...ทั้งคนในและคนนอกทั้งหลาย...